อีกสิ่งหนึ่งที่คนถ่ายรูปใต้น้ำต้องปวดหัว นอกเหนือไปจาก อุปกรณ์แสนหนัก ราคาแสนแพง ก็คือ ความยากลำบากในหากระเป๋ากล้องที่สามารถใส่อุปกรณ์ของเราไปได้หมด และต้องมีขนาดไม่ใหญ่ไม่โตจนเกินไป เพราะถ้ามันดูใหญ่เทอะทะ สายการบินก็จะไม่ยอมให้เรา carry-on ครั้นจะ Load อุปกรณ์ราคาเป็นแสน ก็ไม่ค่อยอยากจะทำเพราะไม่รู้ว่า ground staff ที่ไหนมันจะปู้ยี้ปู้ยำอุปกรณ์เราขนาดไหน อย่างเลวร้ายน้อยๆ ก็โยนกระเป๋าเราไม่บันยะยันยัง อย่างเลวร้ายมากขึ้นมาหน่อยก็ของหายไปจากกระเป๋า หรือเลวร้ายมากๆ ก็กระเป๋าหายไปทั้งใบ (ทั้งหมดนี้เคยเกิดขึ้นแล้วจริงๆนะครับ)
ผมเองก็มีปัญหากับการหากระเป๋าอยู่นานมากๆๆๆๆๆๆ ใช้มาตั้งแต่ Lowepro แบบสะพายหลังรุ่น CompuTrekker AW ตั้งแต่สมัยใช้ compact กับ strobe 1 ตัว พอเปลี่ยนมาเป็น DSLR อุปกรณ์เพิ่มขึ้นมันก็เริ่มใส่ไม่พอ เลยลองเปลี่ยนมาเป็นกระเป๋า National Geographic รุ่นสะพายหลัง แล้วเอา housing ประกอบ Handle ถือแยกต่างหากเลย แต่ด้วยน้ำหนักของอุปกรณ์ที่เพิ่มมากขึ้น การสะพายหลังเดินในสนามบิน บางครั้งต้องรอต่อเครื่องหลายชั่วโมง มันก็เริ่มจะไม่ไหว เลยตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบบล้อลาก ก็ได้กระเป๋า KATA OC-84 มา ซึ่งใส่ของได้เยอะ กระเป๋าก็แข็งแรง ใช้งานได้ work มากๆ ติดปัญหาเดียวคือมันใหญ่เกินไปนิดสำหรับ Carry-on บนเครื่องบินเล็กๆ และหน้าตาที่มันดูเทอะทะ ทำให้โดนเรียกชั่งน้ำหนักกระเป๋าบ่อยมากๆ (ทุกคนที่ใช้ DSLR ถ่ายรูปใต้น้ำคงรู้ว่าน้ำหนักกระเป๋าเนี่ยมันเกิน 7KG ไปเยอะมากๆอยู่แล้ว) แต่ส่วนใหญ่ก็จะผ่านมาได้โดยการแถ ว่าอุปกรณ์ถ่ายรูปพวกนี้มันแพงมาก ถ้าโหลดแล้วมันพังหรือหายไป จะมีปัญหานะ นอกจากนี้ปัญหาที่ตามมาคือต้องรีบขึ้นเครื่องและเอากระเป๋าขึ้น overhead compartment ให้เร็ว เพราะมันกินที่มากๆ ถ้าไปช้าแล้วมีคนเอากระเป๋าขึ้นไปแล้ว เราจะหาที่ใส่กระเป๋าเรายากมาก แต่ก็ใช้มาได้หลายสิบทริป หลายประเทศ
เมื่อสองเดือนก่อนผมเพิ่งขายอุปกรณ์ไป 1 ชุด (Housing 1, Body 1, Ports, Strobes 2) พร้อมกับกระเป๋า KATA OC-84 ตอนนี้เลยต้องมองหากระเป๋าใบใหม่ โดยมี condition คือ
1. ต้องมีล้อลาก
2. ต้องสามารถเป็น Carry-on ได้ ทุกสายการบิน
3. ต้องไม่ดูเป็นกระเป๋ากล้อง ล่อตาล่อใจพวกโจร
หามาร่วมเดือนในที่สุดก็ตกลงปลงใจกับกระเป๋า Think Tank รุ่น Airport International
แล้วทีนี้ก็มาถึงส่วนที่ปวดหัวที่สุด คือการเอาของทั้งหมดจัดให้มันลงกระเป๋าอย่างสวยงาม
ของที่ว่านี้จะประกอบด้วย
Nauticam NA-MD90 (housing)
Nauticam Macro Port 60
Pro-One Dome Port (7″)
Accessories ต่างๆ เช่น spare o-ring, silicon grease, ประแจหกเหลี่ยม, เครื่องมือต่างๆ
INON Z240 x 2 (ติด Z-Adapter) + Diffusor
Fibre Optic Cable x 2
Nikon D90 พร้อม Charger
Nikkor AF-S 60mm Macro (Nano)
Nikkor 10.5mm DX (fish-eye)
MacbookPro 15″ พร้อม สายชาร์ต
External Harddisk
Card Reader
หลังจากผ่านไปประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง ก็ได้ผลออกมาดังนี้ (หมายเหตุ: พวก arms, clamp, แบตAA และ charger ผมแยกไปใส่รวมกับกระเป๋าเสื้อผ้าครับ เพราะไม่งั้นมันจะหนักเกินเหตุ)

สุดท้ายไม่ลืมที่จะชั่งนำ้หนักของกระเป๋า ดูรูปเอาเองนะครับ อันนี้ยังไม่รวม MacbookPro 15″ นะเนี่ย (-__-”)