Thoughts On Mini-Domes by Alex Mustard

Mini Dome (dome port ขนาดเล็ก) เริ่มเป็นที่สนใจในหมู่ช่างภาพใต้น้ำมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่มีผู้ผลิตหลายรายผลิตเจ้า mini-dome ออกสู่ตลาดมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Seacam, Aquatica, Subal, Zen, Nexus และ Nauticam

คุณ Alex Mustard ช่างภาพใต้น้ำชื่อดัง ซึ่งเรียกตัวเองว่า แฟนพันธ์แท้ มินิโดม ได้เขียนข้อคิดเห็นของเค้า รวมไปถึงทำการทดสอบบางอย่างกับ mini dome เพื่อจะดูว่ามันเป็นอุปกรณ์ must-have อีกชิ้นนึงของช่างภาพใต้น้ำรึเปล่า ไว้ใน WetPixel.com เลยเอามาแปลกัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับคนที่อยากหาซื้อ Mini Dome มาไว้ในครอบครองครับ

Thoughts On Mini-Domes by Alex Mustard

Mini-dome คือ Dome port ขนาดเล็กโดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 10cm หรือ 4 นิ้ว และมีลักษณะเป็นทรงกลมตัดครึ่ง การใช้ Mini-dome ใต้น้ำนั้นมีข้อได้เปรียบมากมาย และ ผมก็คิดมานานแล้วว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการถ่ายภาพบางประเภท อย่างไรก็ตาม Mini-dome นั้นก็มีข้อเสียที่สำคัญหลายๆอย่างเมื่อเทียบกับการใช้ Dome port ขนาดมาตรฐาน (หรือ ขนาดประมาณ 20-22 cm หรือ 8-9 นิ้ว)​ดังนั้นหากคุณคิดจะเป็นเจ้าของเจ้า Mini-dome สักตัว ก็ควรจะศึกษาทำความเข้าใจข้อดี และ ข้อด้อย รวมไปถึงข้อจำกัด และ ลักษณะพิเศษของมันให้ดีก่อน


Mini-dome ของ Zen บน Zubal D2X Housing | ด้วยขนาดที่เล็ก และ น้ำหนักที่เบา ทำให้เป็นอุปกรณ์ช่วย safe น้ำหนักเวลาเดินทางได้ดี

ก่อนจะอธิบายเกี่ยวกับเจ้า Mini-dome นี้ ผมขอออกตัวไว้ก่อนว่าบทความชุดนี้ไม่ได้เป็นการ review Mini-dome ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง (แม้ว่าผมจะใช้ Dome ขอ ง Zen 100 เป็นตัวทดสอบก็ตาม)​แต่เป็นการถกกันถึงข้อดี และ ข้อด้อย ของการใช้งาน Mini-dome โดยทั่วไป ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีขนาด และ รูปร่างใกล้เคียงกัน ทำให้ลักษณะของภาพที่ได้ และ ข้อจำกัดต่างๆ ใกล้เคียงกัน (โดยจะไม่พูดถึงคุณภาพของวัสดุที่ใช้ทำ Mini-dome การเคลือบ กระจก หรืออื่นๆ)


การใช้ Mini-domes นั้นนอกเหนือไปจากการที่สามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่าปกติ เนื่องจากขนาดที่เล็ก แล้ว ช่างภาพยังสามารถปรับ strobe ให้ไกล้กับหน้า dome ได้มากขึ้นเพื่อคุณภาพของแสงที่ดีกว่าในการถ่ายรูปในระยะใกล้

Mini-dome นั้นไม่ได้เป็นของใหม่อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ เพื่อนช่างภาพใต้น้ำในของผมใน BSoUP (The British Society of Underwater Photographers) หลายๆคน ซึ่งใช้แต่ Mini-dome มามากกว่า 20 ปี เป็นคนแนะนำให้ผมรู้จักกับเจ้า Mini-dome โดย Mini-dome ที่คนกลุ่มนี้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น Mini-dome ทำเอง และเร็วๆนี้คุณ Barry Guimbellot ก็ได้เขียน tip ในการทำ Mini-dome ไว้ที่ http://wetpixel.com/i.php/full/diy-small-dome-port-for-cfwa/


Mini-domes ไม่ใช่ของใหม่ เพียงแต่เมื่อก่อนนั้นยังไม่แพร่หลาย มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆทำใช้่กันเอง รูปนี้เป็นรูปเก่าที่ผมใช้ กล้องฟิล์ม F100 ใน Subal Housing กับ Mini-dome ทำเอง ถ่าย

แต่ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายผลิต Mini-dome ออกมามากมาย หลายๆคนรอแล้วรอเล่า อยากให้มีผู้ผลิตทำไอ้เจ้า Mini-dome ออกมาสักตัว ไปๆมาๆ มันออกมาที 4-5 ตัวพร้อมๆกัน แถมมีให้เลือกหลากหลายความชอบ หลากหลาย style ตั้งแต่ Aquatica จนถึงหน้าใหม่อย่าง Zen

การใช้ Mini-dome นั้นมีข้อดี และ ข้อได้เปรียบ Standard dome อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนาด และ น้ำหนักที่เล็กและเบากว่ามาก อีกทั้งราคาก็ (มักจะ) ถูกกว่า Standard dome ที่วัสดุเดียวกัน

ความได้เปรียบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาพถ่าย คือ การที่ขนาดของมันเล็ก ทำให้เราสามารถปรับ Strobe (ที่มีขนาดเล็ก) ไปวางไว้ใกล้ๆ port ได้ ซึ่งทำให้ได้คุณภาพของแสงที่ดีขึ้นโดยเฉพาะการถ่ายภาพในรูปแบบ Close Focus Wide Angle (CFWA) และ Wide Angle Macro (WAM) อย่างไรก็ตามข้อดีข้อนี้จะมีผลอย่างมากกับการถ่ายภาพที่ Subject อยู่ห่างจากกล้องไม่เกิน 10cm หรือ 4นิ้ว แต่หาก Subject อยู่ไกลจากนี้การจัด Strobe ให้เข้าใกล้ port ก็จะไม่ค่อยมีความจำเป็น

ข้อได้เปรียบใหญ่ๆอีกข้อนึงคือการท่ี Mini-dome มีขนาดเล็กทำให้ช่างภาพสามารถขยับ lens ให้ไกล้กับ Subject ได้มากขึ้น นั่นหมายความว่า Subject ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นในกรอบภาพ ยกตัวอย่างเช่น ภาพเม่นทะเล ด้านล่าง ขนาดของเม่นทะเลตัวนี้เล็กกว่าครึ่งนึงของลูกเทนนิส ผมใช้ lens Tonkina 10-17mm ถ่ายที่มุมกว้างที่สุด (10mm) แต่ด้วยความที่ Mini-dome มีขนาดเล็กทำให้ผมสามารถเข้าใกล้เจ้า เม่นทะเลตัวนี้ได้ใกล้มากทำให้ได้ภาพที่เต็มกรอบภาพ แต่ข้อได้เปรียบข้อนี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ Lens ที่เราใช้สามารถ Focus ใกล้ๆได้เท่านั้น (เช่น Tokina 10-17mm หรือ Nikon 10.5mm) อย่างไรก็ดีเลนส์มุมกว้างส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดในการเข้าใกล้ Subject เมื่อใช้กับ Mini-dome เพราะข้อจำกัดเรื่องการ Focus (กรุณาดูตัวอย่างในหัวข้อด้านล่าง)


ด้วยขนาดที่เล็กของ Mini-domes ทำให้ผมสามารถจัดองค์ประกอบให้เต็มกรอบภาพ และ สามารถปรับ Strobe ให้ใกล้กับ port แม้จะใช้มุมที่กว้างที่สุด (10mm) ของเลนส์ Tokina 10-17mm ซึ่งถ้าใช้ Standard dome ผมจะไม่สามารถถ่ายรูปในมุม Perspective เดียวกันนี้ได้

Mini-dome จริงๆแล้วก็สามารถใช้ถ่ายรูปในรูปแบบ wide angle แบบธรรมดา เช่น landscape หรือ reefscape ได้เหมือนกัน แต่คุณภาพของภาพที่ได้จะสู้การใช้ Standard dome ขนาดใหญ่ ไม่ได้เลย แต่ก่อนที่จะอธิบายทาง technic ของคุณภาพภาพจาก Mini-dome และดูผลทดสอบนั้น ผมขอแทรกด้วยประวัติศาสตร์การถ่ายภาพใต้น้ำ 101 ก่อน เพื่อสร้างพื้นฐานความเข้าใจที่ตรงกัน

Dome port ในยุคแรกๆนั้นจะเป็น Mini-dome (หรือ dome port ขนาดเล็ก)​ทั้งหมด เนื่องจากการทำ Dome ที่มีขนาดใหญ่นั้นทำได้ยาก และ มีราคาแพงมาก เมื่อก่อนเราไม่ได้เรียก Dome ขนาดเล็กพวกนี้ว่า Mini-dome แต่เรียกมันว่า Domed Portholes (ความรู้พิเศษ: คำว่า Ports ที่ใช้ในปัจจุบันนั้นเป็นคำที่ลดรูป มาจาก Portholes) และขนาดที่ว่านั้นก็เป็นเพียงขนาดเดียวที่มีให้ใช้ และช่างภาพหัวก้าวหน้าในสมัยนั้นต้องการที่จะขยายขนาดของ Domed portholes ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับข้อจำกัดของคุณภาพของภาพของ Dome ที่มีขนาดเล็ก ดังนั้น ช่างภาพสมัยนี้ใครที่กำลังตื่นเต้นคิดว่า Mini-dome เป็นสุดยอดนวัตกรรมใหม่นั้นกรุณาอ่านย่อหน้านี้อีกครั้งหนึ่ง

ทดสอบ Mini-domes

ด้านล่างนี้ผมจะลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับการ Test ดังนั้นใครที่คิดว่าอ่านแล้วจะเบื่อ ผมจะสรุปให้ง่ายๆสั้่นๆ ดังนี้ครับ

Mini-dome นั้นจะดีมากสำหรับการถ่ายภาพในรูปแบบ Close Focus Wide Angle (CFWA) หรือ Wide Angle Macro (WAM) เลนส์ที่จะสามารถใช้กับ Mini-dome ได้ดีนั้นจะต้องเป็น Fisheye lens ที่สามารถ Focus ได้ใกล้มากๆ เช่น Tokina 10-17mm หรือ Nikon 10.5mm หรือ Sigma 15mm). Rectilinear wide angle zooms (Lens zoom มุมกว้างทั่วไปที่มีการแก้ Perspective) จะใช้งานกับ Mini-dome ไม่ค่อยดี เมื่อใช้ Mini-dome กับ Fisheye lens ในการภ่ายภาพ Wide Angle แบบธรรมดา นั้น ภาพที่ได้จะมีความเบลอที่บริเวณขอบภาพเนื่องจากข้อจำกัดของขนาดของ Dome port ช่างภาพจะต้องลดขนาดรูรับแสงให้มีขนาดไม่กว้างกว่า F/13 (สำหรับกล้อง DX หรือ APS-C) หรือ แคบกว่านั้น (สำหรับกล้อง FF/FX) เพื่อเพิ่มความชัดเจนของขอบภาพ นอกจากนี้ Mini-dome ไม่เหมาะที่จะใช้ในการถ่ายภาพแบบ Split-level (หรือ half-half) สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านข้อมูลด้านเทคนิคสามารถข้ามไปอ่านบทสรุปได้แล้ว สำหรับคนที่ชอบลงลึกในรายละเอียดอ่านต่อได้เลยครับ

ข้อเสียหลักๆของ Mini-dome นั้นเกี่ยวข้องกับหลักการหักเหของแสงที่ส่งผลต่อภาพเสมือน (Virtual image) Dome port ไม่ว่าจะขนาดใด เมื่อลงน้ำจะทำตัวเป็น เลนส์เว้า หรือ เลนส์กระจายแสง (Negative Lens) ซึ่งจะสร้างภาพเสมือนของวัตถุ (ซึ่งจะอยู่ใกล้กับตัวกล้องมากกว่าระยะจริง และ จะโค้งไปตามความโค้งของ Dome) โดยเวลาถ่ายภาพผ่าน Dome port นั้นตัวกล้องจะต้อง focus ที่วัตถุเสมือนซึ่งจะมีระยะจะใกล้กว่าความเป็นจริง และมึความโค้ง โดย Dome ที่มีขนาดเล็กและมีความโค้งสูงนั้นจะสร้างภาพเสมือนที่มีระยะใกล้กับกล้อง และ มีความโค้งของภาพเสมือน มากกว่า Dome ขนาดใหญ่ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมขอบภาพใน Dome ขนาดเล็กจึงเบลอมากกว่าขอบภาพใน Dome ขนาดใหญ่


เปรียบเทียบระยะและความโค้งของภาพเสมือนจาก Mini-dome และ Standard dome โดยวัตถุอยู่ที่ระยะ infinity ในน้ำ จะสังเกตว่าภาพเสมือนจาก Mini-dome จะอยู่ใกล้กว่า และ มีความโค้งมากกว่าภาพเสมือนจาก Standard dom

เราสามารถคำนวณระยะของภาพเสมือนที่เกิดจาก Dome รูปทรงครึ่งวงกลม จากทฤษฎีของแสง โดยระยะภาพเสมือของวัตถุที่อยู่มีระยะจริงอยู่ที่ infinity จะเท่ากับ 4 เท่าของ รัศมีทรงกลมของ dome (วัดจากจุดศูนย์กลางของทรงกลมของ Dome หรือ 3 เท่าของรัศมีทรงกลมเมื่อวัดจากขอบหน้าของ Dome

ดังนั้นภาพเสมือนของวัตถุที่อยู่ที่ระยะ infinity เมื่อถ่ายด้วย Mini-dome รูปครึ่งทรงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10cm (4นิ้ว) หรือรัศมีเท่ากับ 5cm (2นิ้ว) จะอยู่ที่ระยะ (5cm x 3เท่า) = 15cm (6นิ้ว) ขอบ Dome และการถ่ายภาพโดยปกตินั้นวัตถุที่เราถ่ายก็ต้องอยู่ใกล้กว่าระยะ infinity แน่นอนดังนั้น lens ที่เราจะใช้กับ Mini-dome ขนาด 10cm ก็ต้องสามารถ focus ที่ระยะใกล้กว่า 15cm ได้ ในขณะที่ถ้าเป็น Standard dome ซึ่งมาขนาดใหญ่กว่ามาก ระยะของภาพเสมือนของวัตถุที่ระยะ infinity จะอยู่ที่ประมาณ 35-45cm จาก Dome

จากหลักการข้างต้นทำให้ Mini-dome ต้องใช้กับ lens ที่สามารถ focus ได้ที่ระยะใกล้ๆ ซึ่ง lens สมัยใหม่โดยส่วนใหญ่มักจะทำได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ก็มีเลนส์บางตัวที่ไม่สามารถทำได้เช่น Nikon 16mm (ซึ่งปกติผมจะใช้กับ D700 ซึ่งเป็น FX Sensor) ซึ่งไม่สามารถ Focus ได้ใกล้พอที่จะใช้งาน Mini-dome ได้อย่างเต็มที่ เลนส์ตัวนี้เป็นตัวอย่างที่ดีท่ีแสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดของ Mini-dome เลนส์ 16mm ของ Nikon นั้นมีระยะ Focus ใกล้ที่สุดที่ 25cm (วัดจาก sensor ถึงจุด focus) ในขณะที่ Tokina 10-17mm หรือ Nikon 10.5mm นั้นมีระยะ focus ใกล้ที่สุดที่ 14cm เลนส์ Rectilinear Zoom ของ Nikon และ Canon ส่วนใหญ่จะมีระยะ Focus ใกล้สุดที่ประมาณ 28cm – 30cm ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดใหญ่หลวงที่ทำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Dome ขนาดเล็กได้


เลนส์ที่จะใช้กับ Mini-dome ได้เต็มประสิทธิภาพนั้นต้องเป็นเลนส์ที่สามารถ Focus ในระยะใกล้มากๆได้ แม้แต่เลนส์ 16mm FE ซึ่งถือว่าเป็นเลนส์ที่มีระยะ Focus ใกล้สุดค่อนข้างใกล้ ก็ยังไม่สามารถใช้งาน mini-dome ได้ดี จริงๆแล้วเลนส์ 16mm นี้เมื่อใช้กับ Standard dome แล้วมันสามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่าเมื่อใช้กับ Mini-dome ด้วยซ้ำ ภาพสองภาพนี้ถ่ายด้วย Nikon 16mm กับกล้อง D700 โดยด้านซ้ายใช้กับ Standard dome ด้านขวาใช้กับ Mini-dome การทดสอบนี้ผม set เลนส์ไปที่ minimum focus แล้วค่อยๆถอยห่างออกจากวัตถุ และ ถ่ายภาพเมื่อวัตถุอยู่ในระยะ focus เลนส์ตัวนี้ไม่สามารถ Focus ที่ภาพเสมือนที่มีระยะใกล้เกินไปได้

ในทางตรงกันข้าม เมื่อใช้ Mini-dome กับ Lens ที่เหมาะกับมันเช่น Tokina 10-17mm ซึ่งสามารถ Focus ได้ใกล้มากๆ ทำให้สามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่า จึงทำให้วัตถุมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับกรอบภาพ ในภาพเปรียบเทียบด้านล่าง ผมไม่สามารถเข้าหาน้องเป็ดยางได้มากกว่านี้เมื่อใช้ Standard dome เพราะคุณเป็ดโดนกระจกโดมแล้ว (ภาพซ้าย) ในขณะที่ผมสามารถเข้าไปได้ใกล้กว่ามากเมื่อใช้กับ Mini-dome (ภาพขวา)


เลนส์ที่จะใช้กับ Mini-dome ได้ดีต้องเป็น lens ที่สามารถ focus ได้ใกล้มากๆ ตัวอย่างขุดนี้ผมใช้ เลนส์ Tokina 10-17mm กับ Nikon D2X ซึ่งทั้งสองภาพผมสามารถ Focus ได้ที่ขอบ Dome เลย นั่นก็หมายความว่าเราสามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากกว่าเมื่อใช้ Mini-dome เพราะขนาดที่เล็กกว่า และเราก็ไม่ต้องคำนึงถึงระยะ Focus ที่ใกล้ที่สุด (หมายเหตุ ภาพทั้งสองชุดนี้ใช้ Angle of view เดียวกันในการถ่ายทดสอบ)

ข้อจำกัดอีกข้อหนึ่งของ Mini-dome ก็คือ การที่มันสร้างภาพเสมือนที่มีความโค้งสูง (ขนานกับความโค้งของ Dome) โดยปกติแล้วเลนส์ถ่ายภาพนั้นออกแบบมาให้ Focus บนระนาบที่แบน ดังนั้นถ้าเรา Focus ที่ตรงกลางของ ภาพเสมือนนั้น ขอบของภาพเสมือนก็จะใกล้กว่าจุด​Focus เพราะความโค้งของภาพเสมือนทำให้ บริเวณขอบภาพนั้นไม่อยู่ในระยะ focus ทำให้ขอบเบลอ ยิ่งจุด Focus ใกล้กับ Lens มากเท่าไหร่ขอบก็จะเบลอมากเท่านั้น (ยิ่งใกล้ รัศมีความโค้งก็จะเล็กลง ทำให้ความโค้งมากขึ้น) ไม่ว่าเราจะถ่ายภาพที่รูรับแสงเท่าไหร่ ขอบภาพที่เราถ่ายด้วย Mini-dome ก็จะมีความคมชัดน้อยกว่าขอบภาพที่เราถ่ายด้วย Standard dome เนื่องด้วยรัศมีความโค้งที่ต่างกัน นอกจากนี้หากเราใช้ Rectilinear wide angle zoom นั้นขอบภาพก็จะยิ่งขาดความคมชัดไปแม้จะใช้กับ Standard dome และจะยิ่งแย่กว่าเดิมหากใช้กับ Mini-dome

การแก้ปัญหาขอบภาพเบลอนั้น สามารถทำได้ด้วยการเพิ่มความชัดลึก (Depth of Field) โดยลดขนาดรูรับแสง (Aperture) กล้อง APS-C หรือ DX นั้น โดยธรรมชาติจะให้ความชัดลึกที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับกล้อง FF หรือ FX (กล้อง Full Frame) ดังนั้นกล้อง APS-C หรือ DX มันจะให้ขอบภาพที่ดีกว่าเมื่อใช้กับ Mini-dome หรือทางแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอีกอย่างคือการถ่ายให้ขอบภาพทั้ง 4 มุมเป็นน้ำทะเล

ภาพด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบความชัดของของภาพที่รูปรับแสงต่างกัน (ห่างกัน 2 stops) ถ่ายด้วย Tokina 10-17mm ที่ทางยาว focus 11mm ผ่าน Zen Mini-dome (เนื่องจาก Mini-dome ในท้องตลาดนั้นมีขนาด และ รูปทรงที่แถบจะไม่แตกต่างกัน ดังนั้นผลการทดสอบนี้จึงสามารถนำไปใช้กับ Mini-dome ยี่ห้ออื่นๆได้ทันที)​ภาพเปรียบเทียบทั้งสองนั้นอาจจะดูไม่แตกต่างกันเมื่อดูขนาดปกติบนจอคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อขยายภาพไปที่ 100% ความแตกต่างของความคมชัดที่ขอบภาพจะสามารถเห็นได้ชัดทันที อย่างไรก็ตามข้อด้อยของขอบภาพนี้จะแทบไม่มีผลใดๆ หากคุณแสดงภาพของคุณเฉพาะบน internet หรือบนจอคอมพิวเตอร์


ความคมชัดของขอบภาพเมื่อใช้งานกับ Dome ขนาดเล็ก ภาพทั้งสองถ่ายที่เดียวกับด้วย D2X + 10-17mm @ 11mm ผ่าน Zen mini-dome. ภาพซ้ายถ่ายที่ f/7.1, ภาพขวาถ่ายที่ f/14 (ห่างกัน 2 stops). ที่ screen resolution นั้นภาพทั้งสองดูไม่แตกต่างกันมาก และ ยอมรับได้


ภาพชุดนี้ขยายที่ 100% (ตัดเฉพาะมุมภาพของภาพด้ายบน) ที่ f/7.1 ความคมชัดของมุมภาพนั้นไม่สามารถรับได้ แต่เมื่อลดขนาดรูรับแสงลง 2 stops (f/14) ความคมชัดของขอบภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้่จะยังไม่ดีมากแต่ก็อยู่ในวิสัยที่รับได้ ในความเห็นส่วนตัวของผมนั้น ถ้าคุณสามารถปรับรูรับแสงที่ประมาณ f/13-f/14 หรีือมากกว่านั้น ความคมชัดของขอบภาพน่าจะอยู่ในวิสัยที่รับได้ เมื่อใช้งานกับกล้อง DX หรือ APS-C

นอกจากนี้ผมยังได้ทำการทดลองสามารถเปรียบเทียบการใช้งาน Mini-dome และ standard domes ในสระน้ำ และสามารถสรุปได้ว่า ความคมชัดของขอบภาพนั้น ระหว่าง Mini-dome และ Standard dome นั้นมีความแตกต่างกันประมาณ 1.5 – 2 stops (หรือแปลง่ายๆว่า ภาพที่ถ่ายด้วยรูรับแสง f/8 บน Standard dome จะมีความคมชัดของขอบภาพพอๆกับ ภาพที่ถ่ายด้วยรูรับแสง f/14-f/16 บน Mini-dome). แต่ว่าพอดีผมลบ files ชุดนี้ไปแล้วเลยไม่ได้เอามาให้ดูกัน แต่อย่างไรก็ดี คุณ Ryan Canon ได้บอกไว้ใน Forum ของ Wetpixel ว่าในการใช้ทดสอบ Zen mini-dome กับ Standard Zen dome ก็ให้ผลของความแตกต่างเท่ากัน (1.5 – 2 stops)

อีกหนึ่งข้อจำกัดของ Mini-dome ก็คือมันไม่เหมาะที่จะถ่ายภาพแบบ Split-level เพราะแรงตึงผิวของน้ำที่บริเวณหน้า Dome จะกินพื้นที่ของกรอบภาพไปเยอะ และทำให้ควบคุมได้ยาก แต่ในทางกลับกัน การใช้ Mini-dome กับการถ่ายภาพปลากลางน้ำนั้นก็จะได้เปรียบการใช้ Standard dome เพราะขนาดที่เล็กกว่าทำให้แรงต้านของน้ำมีน้อยกว่า และที่สำคัญเมื่อเราถ่ายภาพปลากลางน้ำที่ขอบภาพทั้งสีเป็นน้ำทะเลแล้วนั้น ข้อด้อยในเรื่องความคมชัดของขอบภาพก็จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป

ด้วยขนาดที่เล็กของ Mini-dome นั้นบางครั้งก็เป็นปัญหาในการใส่ lens เข้าไปด้านใน โดยเฉพาะกับ Fisheye lens เมื่อมุมรับภาพของ Fisheye นั้นกว้างมาก ดังนั้นตำแหน่งของ lens กับ Mini-dome จำเป็นต้องเหมาะสม หากตัวเลนส์นั้นอยู่ลึกเข้ามาใน Dome มากไป ขอบ hood หรือ shade ของ lens อาจจะไปชนกับกระจกด้านใน Dome หรือหากตัวเลนส์อยากถอยไปด้านหลังมากเกิน ภาพที่ได้ก็อาจจะติดขอบของของ Port หรือ Shade ของ Port ได้ บางครั้งความแตกต่างนี้อาจจะน้อยเกินกว่าจะปรับแก้ด้วย Extension rings ได้

สำหรับการใช้งานจริง Zen mini-dome ที่ใช้ทดสอบนี้เมื่อ ประกอบกับ Subal housing สำหรับกล้อง Nikon DX และใช้งานกับ Tokina 10-17mm นั้นสามารถใช้งานได้อย่างดี แต่เมื่อใช้งานกับ Nikon 16mm และ Sigma 15mm บนกล้อง Nikon FX นั้น จะมีปัญหาเกิดขึ้น โดย Nikon 16mm นั้นมาขนาดเลนส์ที่เล็กกว่า Tokina 10-17mm ซึ่งทำให้ภาพติดขอบ Shade ของตัว Port สำหรับ Sigma 15mm นั้นมีปัญหาใหญ่กว่า เนื่องจาก Hood ของ Sigma 15mm นี้มีขนาดที่ยาวกว่า และ เลนส์ตัวนี้เป็น External Focus หมายความว่า ผมสามารถ Focus ได้แค่ที่ระยะ infinity เมื่อผมพยายาม Focus ใกล้กว่านั้นตัวHood ของ lens จะไปชนกับกระจก Dome นอกจากนี้ภาพที่ได้ยังติดขอบ Shade ของ Port ด้วย ดังนั้นหากจะใช้ Sigma 15mm จำเป็นต้องตะไบขอบของ shade ทั้งตัวเลนส์ และ ตัว port ออกเล็กน้อยจึงจะใช้งานได้


จากข้อมูลทาง technique ที่ได้คุยมาทั้่งหมดนั้น อาจจะทำให้ทุกคนหลงประเด็นบางอย่างไป เช่น จริงๆแล้ว การใช้ Mini-dome นี้ทำให้เราสามารถถ่ายภาพบางอย่างที่ Dome ขนาดใหญ่ทำไม่ได้ เช่น การถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กในรูปแบบ wide angle โดยให้เน้นวัตถุบริเวณ Foreground หรือ ด้วยขนาดที่เล็กของ Dome นั้นเรามีทางเลือกในการเล่นกับตำแหน่งของ Strobe ได้มากขึ้น

แล้วสรุปว่าเราควรจะมีไว้สักอันมั๊ย

ถ้าคุณเป็นคนที่ถ่ายภาพใต้น้ำมาสักพักแล้ว และมี Standard dome อยู่แล้ว Mini-dome น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆที่คุณจะซื้อเพิ่ม Mini-dome เป็นอุปกรณ์ที่จะทำให้คุณมีมุมมองหรือภาพในมุมที่ไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะถ้าคุณใช้กล้อง APS-C หรือ DX อยู่แล้ว นอกจากนี้ Mini-dome ยังช่วยลดน้ำหนักอุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณลงได้อย่างมาก โดยเฉพาะการเดินทางไปถ่ายรูปในพื้นที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพ Macro อย่าง Lembeh.

แต่ถ้าคุณเพิ่งเริ่มจับ DSLR และกำลังมองหาตัวเลือกราคาถูกแทน Standard sized dome แล้วละก็ Mini-dome ก็จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเลือกใช้กับเลนส์ fisheye ที่สามารถ Focus ใกล้ๆ ได้เช่น Tokina 10-17mm, Nikon 10.5mm ซึ่ง combination นี้จะทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมากตั้งแต่ Wide Angle Macro (WAM) ถึง Close Focus Wide Angle (CFWA) ไปจนถึง ภาพ Wide Angle ธรรมดา แบบ Landscape หรือ Reefscape เพียงแต่คุณต้องไม่ลืมที่จะลดขนาดรูรับแสงเพื่อเพิ่ม Depth of Field ให้มากที่สุดเท่าที่สภาพแสงจะอำนวย นอกจากนี้ Mini-dome ยังลดพื้่นที่และน้ำหนักกระเป๋าอุปกรณ์อีกด้วย

เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้วก็อย่าลืมนึกถึงข้อเสียของ Mini-dome ให้ครบถ้วนก่อนจะเลือกซื้อด้วย Mini-dome จะจำกัดเลนส์ที่คุณจะใช้ได้เฉพาะ Fisheye เท่านั้น ถ้าคุณมี Mini-dome กับ Fisheye อยู่แล้วอยากจะได้ Rectilinear wide angle zoom lens มาใช้ ก็แปลว่าคุณต้องซื้อ Standard dome มาเพิ่มอีกตัว ดังนั้นหากคุณอยากใช้ทั้ง Rectilinear wide angle zoom lens และ Fisheye lens นั้น ซื้อ Standard dome มาเพียงตัวเดียวก็จะสามารถใช้เลนส์ได้ทั้งสองชนิด

สรุป ภาพหลายๆภาพของผมที่ลงตามนิตยสารต่างๆนั้นผมถ่ายด้วย Mini-dome และ ผมก็เรียกตัวเองว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Mini-dome อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่า Mini-dome นั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็น เพียงแต่มันจำเป็นน้อยกว่า Standard dome เท่านั้น


บางครั้งคุณก็เข้าใกล้เกิดเหตุ | ภาพ Alex Mustard ถ่ายผ่าน Zen Mini-dome กับ D700 + 15mm

Alex Mustard – มีนาคม 2010.
Alex Mustard ขอขอบคุณ Adam Hanlon ที่ให้ยืม Zen 100 และ ขอขอบคุณ Richard and Ryan และ Reef Photo and Video.
www.amustard.com

Your email is never published or shared. Required fields are marked *

*

*

Back to top|Contact me